5 Training Style

Simple and Effective Learning with 5 Training Style

Banana Training and Consultancy กับ 5 รูปแบบการฝึกอบรม

     เนื้อหา

     เนื้อหา

     เนื้อหา

     เนื้อหา

 

 

 

1.การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning)

Banana Training ออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ด้วยหลักการ “การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่” (Adult Learning) อยู่บนพื้นฐานแนวคิดว่าผู้เข้ารับการอบรมมีลักษณะความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานและดำเนินชีวิตมาแล้ว (Experience) พร้อมกับมีความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนและจากทักษะการปฏิบัติงาน (Knowledge) ดังนั้นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้

A.ความรู้ที่ได้รับต้องมีความจำเป็นต่อการเรียนรู้
ความจำเป็นในบริบทนี้หมายถึง สิ่งที่เรียนรู้ต้องมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานหรือการดำเนินชีวิต ดังนั้นการออกแบบเนื้อหาภายในแต่ละหลักสูตร Banana Training ดำเนินการออกแบบให้สอดคล้องกับการนำความรู้หรือวิธีการไปปฏิบัติใช้ได้จริง
B.ความรู้ที่ได้รับต้องสามารถปรับใช้ได้ทันที
เนื่องจากการฝึกอบรมใช้เวลาประมาณ 6 – 12 ชั่วโมง หรือหลักสูตรละประมาณ 1 – 2 วัน ดังนั้นความรู้ที่ผู้เรียนได้รับจะเป็นทฤษฎีอย่างเดียวโดยขาดการลงมือปฏิบัติจริงคงไม่เหมาะสม Banana Training ดำเนินการออกแบบหลักสูตรที่มีการลงมือปฏิบัติจริง และโจทย์สำหรับปฏิบัติอยู่บนปัญหาของผู้เรียน
C.ความรู้ที่ได้รับเกิดการเปรียบเทียบและเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในอดีต
เนื่องจากผู้ใหญ่ได้สั่งสมประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์และเชื่อมโยงใช้กับสิ่งที่เรียนรู้ใหม่ได้อย่างดี แต่ในมุมกลับกันการเรียนรู้สิ่งใหม่นี้ส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบกับประสบการณ์ในอดีตได้เช่นกัน และความสามารถในการเปรียบเทียบยังเป็นคุณลักษณะสำคัญที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ โดยการเปรียบเทียบส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติงานและดำเนินชีวิต
D.ความรู้ที่ได้รับต้องนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติงาน
กระบวนการที่สำคัญที่สุดของการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่คือ เมื่อเกิดการเรียนรู้ครบถ้วนแล้ว สุดท้ายของกระบวนการคือการนำความรู้ไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และที่ดีที่สุดของการเรียนรู้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติงานและดำเนินชีวิต จึงสามารถเรียกได้ว่าการเรียนรู้นั้นบรรลุทฤษฎี “การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่”

 

 

2.กระบวนการโค้ชชิ่งแบบกลุ่ม (Effective Group Coaching)

Banana Training ดำเนินการฝึกอบรมด้วย "กระบวนการโค้ชชิ่งแบบกลุ่ม" (Effective Group Coaching) โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่าผู้เรียนมีศักยภาพเพียงพอสำหรับการบรรลุเป้าหมาย กระบวนการโค้ชชิ่งจะเข้มข้นมากสำหรับหลักสูตรเน้นทางด้านพฤติกรรมของมนุษย์ (Soft Skill) เช่น การพัฒนาภาวะผู้นำ, ความฉลาดทางอารมณ์, จิตสำนึกความเป็นเจ้าของ หรือการพัฒนาตนเอง เป็นต้น แต่สำหรับหลักสูตรที่เน้นทางเครื่องมือแก้ปัญหา (Hard Skill) จะใช้กระบวนการโค้ชชิ่งน้อยลง แต่ยังคงมีอยู่ในช่วงเริ่มต้นและช่วงท้ายของหลักสูตร เนื่องจากสภาพแวดล้อมของการทำงานแท้จริงยังคงต้องอาศัยพฤติกรรมด้านบวก (Effective Behavior) ของผู้ปฏิบัติงานในการบรรลุเป้าหมาย

 

 

3.การฝึกอบรมด้วยทฤษฎีหลักการทั่วไป (Stimulus Generalization)

Banana Training ออกแบบหลักสูตรที่มีจุดมุ่งเน้นสอน "หลักการทั่วไป" หรือคุณลักษณะสำคัญที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำหลักการสำคัญเหล่านั้นไปประยุกต์และปรับใช้ได้จริงในการทำงานของตนเอง ความจำเป็นของการใช้ทฤษฎีหลักการทั่วไปในการฝึกอบรมคือ ความหลากหลายของสภาพแวดล้อมที่ผู้เรียนเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของธุรกิจ ตำแหน่งหน้าที่การงาน บุคลิกภาพของผู้เรียน และอื่น ๆ ดังนั้นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การนำหลักการสำคัญไปปรับใช้ เนื่องจากหลักการทั่วไปที่เรียนรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายบริบท

ทฤษฎีหลักการทั่วไปมีความเด่นชัดมากขึ้นสำหรับใช้ในการออกแบบหลักสูตรพัฒนาทางด้านพฤติกรรม (Soft Skill) เช่น การแสดงออกทางด้านภาวะผู้นำ (Leadership Skill), การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Skill) เป็นต้น ซึ่งการออกแบบหลักสูตรเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ “กลุ่มพฤติกรรมหลัก” (Key Behaviors) ที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในบริบทที่หลากหลาย

สำหรับการออกแบบหลักสูตรทางด้านการใช้เครื่องมือแก้ปัญหา (Hard Skill) ยังคงใช้แนวทางของหลักการทฤษฎีทั่วไปเช่นกัน แต่ปรับเปลี่ยนจาก “กลุ่มพฤติกรรมหลัก” (Key Behaviors) มาเป็นตัวอย่างกลาง ๆ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกกลุ่ม และมุ่งเน้น “รูปแบบการดำเนินงาน” (Operation Pattern) เพื่อแก้ปัญหาในแต่ละหลักสูตร

 

 

4.การฝึกอบรมเน้นความหลากหลาย (Diversity Training)

Banana Training ออกแบบหลักสูตรให้เกิด "ความหลากหลายในการเรียนรู้" เนื่องจากสมองของมนุษย์มีรูปแบบการเรียนรู้แตกต่างกัน (Brain Base Learning) ดังนั้นองค์ประกอบของแต่ละหลักสูตรต้องตอบสนองการรับรู้ของสมองในมิติของการตีความ ความตั้งใจรับข้อมูล และการเลือกรับข้อมูล ดังต่อไปนี้

     A.การบรรยายเชิงทฤษฎี (Knowledge) – บนพื้นฐานความเชื่อว่า “การพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพต้องอยู่บนการเรียนรู้ทฤษฎีที่ถูกต้อง” การเรียนรู้ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการต่อยอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     B.เวิร์คช็อป (Workshop) – ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจตนเองในประเด็นต่าง ๆ ของแต่ละหลักสูตร ซึ่งส่วนใหญ่นำมาใช้กับเนื้อหาที่เน้นพัฒนาทางด้านพฤติกรรม (Soft Skill)
     C.กิจกรรมประเภท 1 (Activity Type I) – ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนได้นำความรู้ที่ได้เรียน นำมาปรับใช้ทันที โดยการปรับใช้กับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของผู้เรียน ซึ่งกิจกรรมประเภท 1 นำมาใช้กับเนื้อหาที่เน้นพัฒนาทางด้านเครื่องมือแก้ปัญหา (Hard Skill)
     D.กิจกรรมประเภท 2 (Activity Type II) – ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น โดยใช้กับหลักสูตรที่เน้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Skill) เช่น ทัศนคติเชิงบวก, การบริหารความฉลาดทางอารมณ์, การปลูกจิตสำนึกรักองค์กร หรือการทำงานเป็นทีม เป็นต้น
     E.กรณีศึกษา (Case Study) – ออกแบบหรือนำตัวอย่างจริงมาใช้ประกอบการอบรม เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หลักการ วิธีการ แนวความคิด พฤติกรรม และอื่น ๆ ในประเด็นสำคัญของหลักสูตร การเรียนรู้จากกรณีศึกษานับว่าเป็นการเรียนรู้แบบทางลัดวิธีหนึ่ง เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
     F.คลิปวีดีโอ (Video Clip) - Banana Training ใช้คลิปวีดีโอประกอบการฝึกอบรมกับบางเฉพาะหลักสูตรเท่านั้น โดยเน้นใช้เฉพาะกับหลักสูตรที่ต้องการการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้พลังของการลงมือกระทำอย่างสม่ำเสมอจนประสบความสำเร็จจากคลิปวีดีโอ

 

 

5.กิจกรรมปรับคลื่นความถี่สมองก่อนเรียนรู้ (Brainwave Adjustment)

Banana Training ออกแบบกิจกรรม "ปรับคลื่นความถี่สมองก่อนการเรียนรู้" โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับประสิทธิภาพการรับข้อมูลและความสามารถเรียนรู้ (Super Learning) ของสมอง กิจกรรมนี้จะปรับคลื่นความถี่สมองให้อยู่ในระดับอัลฟ่า (Alpha Brainwave) ซึ่งมีช่วงความถี่ระหว่าง 8 – 13.9 Hz ช่วงความถี่นี้จะเกิดขึ้นเมื่อสมองอยู่ในภาวะสงบ (Relaxation) แต่อยู่ในภาวะรู้สึกตัว สภาวะนี้ส่งผลให้สมองสามารถรับข้อมูลและเรียนรู้ได้ดีที่สุด เข้าถึง เลือก และดึงความจำมาใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว ถือว่าเป็นสภาวะของสมองที่มีประสิทธิภาพสูงแบบหนึ่ง

กิจกรรมปรับคลื่นความถี่สมองมีหลายรูปแบบ เช่น การฟังดนตรีเบา ๆ, การนั่งสมาธิ และการวาดรูป เป็นต้น Banana Training เลือกกิจกรรมวาดรูปก่อนเวลาเรียน เนื่องจากการวาดรูปเป็นศิลปะบำบัดใจแบบหนึ่ง (Art Therapy) โดยกำหนดให้วาดรูปสิ่งที่ประทับใจในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อโลก และเป็นช่วงชีวิตที่มีประสบการณ์ความสุขมากกว่าช่วงอื่น ๆ และกำหนดให้ใช้สีเทียนเป็นอุปกรณ์ช่วยแต่งเติมสีสันของภาพวาด เนื่องจากสีเทียนใช้วาดและระบายอะไรก็สวยงามเสมอ


21 มิถุนายน 2017

ผู้ชม 369 ครั้ง

Engine by