หลักการและเหตุผล
ในสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน องค์กรไม่เพียงต้องมุ่งเน้นประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติ และเคารพศักดิ์ศรีของพนักงานทุกคน โดยเฉพาะในบริบทของงานโลจิสติกส์ คลังสินค้า การประสานงาน และการควบคุมการปฏิบัติงานหน้างาน ซึ่งหัวหน้างานและผู้บริหารระดับต้นมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานพฤติกรรมของทีม การคุกคาม (Harassment) ในที่ทำงานอาจเกิดขึ้นได้จากคำพูด การล้อเลียน การใช้อำนาจ การสื่อสารที่ไม่เหมาะสม การส่งข้อความผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้ผู้กระทำอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นการหยอกล้อ แต่ผลกระทบอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ ความเครียด ความขัดแย้ง การร้องเรียน และความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ขององค์กร
สำหรับผู้บริหารระดับ SS/SE ของบริษัท ISUZU LOGISTICS (THAILAND) Co., Ltd. การป้องกันการคุกคามในที่ทำงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของภาวะผู้นำ ที่จำเป็นต่อการบริหารคนและบริหารทีมอย่างมืออาชีพ หัวหน้างานต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้คำพูด การใช้อำนาจ การรับฟัง การตักเตือน และการจัดการปัญหาพฤติกรรมของพนักงานอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองลูกจ้างจากการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศในที่ทำงาน โดยกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดห้ามนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง รวมถึงต้องตระหนักถึงกฎหมาย PDPA ในกรณีการรับเรื่องร้องเรียน การเก็บข้อมูล การส่งต่อข้อมูล การใช้หลักฐาน ข้อความ ภาพ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง โดย PDPA เป็นกฎหมายที่วางกรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565
ดังนั้น หลักสูตร “การคุกคามในที่ทำงานและแนวทางการป้องกัน (Harassment Prevention in Workplace)” จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้บริหารระดับ SS/SE ในการแยกแยะพฤติกรรมเสี่ยง ป้องกันการคุกคาม รับฟังข้อร้องเรียนเบื้องต้น สื่อสารและตักเตือนพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงสร้างแนวปฏิบัติของทีมที่ส่งเสริมความเคารพ ความปลอดภัยทางจิตใจ และความเป็นมืออาชีพในการทำงาน เพื่อให้หัวหน้างานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการดูแลทีม ลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมและข้อร้องเรียน และสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัย ให้เกียรติ และน่าไว้วางใจ
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความหมาย รูปแบบ และผลกระทบของการคุกคามในที่ทำงาน ทั้งในมิติของคำพูด พฤติกรรม การใช้อำนาจ การสื่อสารออนไลน์ และการปฏิบัติต่อผู้อื่นในทีมงาน
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตระหนักถึงบทบาทของผู้บริหารระดับ SS/SE ในฐานะหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน และผู้นำทีม ที่ต้องแสดงภาวะผู้นำในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติ และไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมเสี่ยง
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจสามารถแยกแยะพฤติกรรมที่เหมาะสม พฤติกรรมที่เริ่มเสี่ยง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และพฤติกรรมที่ต้องหยุดทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายเป็นข้อร้องเรียนหรือความขัดแย้งในองค์กร
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจสามารถใช้แนวทางการรับฟังข้อร้องเรียนเบื้องต้นโดยไม่ตัดสิน ไม่กล่าวโทษผู้ร้อง ไม่ขยายข่าว รักษาความลับเท่าที่เหมาะสม และส่งต่อเรื่องตามขั้นตอนขององค์กรได้อย่างมืออาชีพ
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจสามารถสื่อสาร ตักเตือน และหยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยใช้ข้อเท็จจริง อธิบายผลกระทบ กำหนดขอบเขต และระบุพฤติกรรมที่คาดหวัง และสร้างมาตรฐานการทำงานร่วมกันที่ปลอดภัย ให้เกียรติ และเป็นมืออาชีพ
- เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจสามารถร่วมกันออกแบบแนวปฏิบัติของทีม หรือ Team Respect Guideline และนำไปใช้เป็นข้อตกลงร่วมในการป้องกันการคุกคามและส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่ดีภายในหน่วยงาน
รายละเอียดเนื้อหาตามหลักสูตร
Opening: Workplace Respect & Psychological SafetyModule 1: Harassment คืออะไรในบริบทการทำงาน
- Ice Breaking: “เส้นบาง ๆ ระหว่างล้อเล่นกับไม่สบายใจ”
Module 2: บทบาทของหัวหน้างานในการป้องกันและหยุดพฤติกรรมเสี่ยง
- ความหมายของ Harassment ในที่ทำงาน
- ความแตกต่างระหว่าง Joke / Teasing / Disrespect / Harassment
- รูปแบบการคุกคามที่พบได้ในองค์กร
- Verbal Harassment: การใช้คำพูดล้อเลียน ดูถูก เหยียดหยาม
- Sexual Harassment: การแซว สัมผัส พูด หรือส่งข้อความเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม
- Power Harassment: การใช้อำนาจกดดัน กลั่นแกล้ง หรือทำให้เสียศักดิ์ศรี
- Workplace Bullying: การรุมกดดัน แยกออกจากกลุ่ม หรือจงใจทำให้ทำงานลำบาก
- Online Harassment: การคุกคามผ่านไลน์ กลุ่มแชต หรือสื่อออนไลน์
- ผลกระทบต่อพนักงาน ทีม และองค์กร
- บทบาทหัวหน้างานในการสร้างพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและให้เกียรติ
- ตัวอย่างพฤติกรรมเสี่ยงในบริบทโลจิสติกส์
- Workshop I: “Risk Behavior Sorting Game”
- เกมคัดแยกพฤติกรรม: ปลอดภัย / เสี่ยง / ไม่เหมาะสม / ต้องหยุดทันที
- แจก Scenario Card
Module 3: วิธีรับฟังและจัดการข้อร้องเรียนเบื้องต้น
- บทบาท 4 ด้านของหัวหน้างาน
- Role Model: เป็นแบบอย่างด้านคำพูด ท่าทาง และการใช้อำนาจ
- Boundary Setter: กำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ยอมรับได้และยอมรับไม่ได้
- Early Detector: สังเกตสัญญาณปัญหาก่อนบานปลาย
- First Responder: รับฟัง หยุดพฤติกรรมเสี่ยง และส่งต่ออย่างเหมาะสม
- สัญญาณเตือนที่หัวหน้างานควรสังเกต
- สิ่งที่หัวหน้างานไม่ควรทำเมื่อพบพฤติกรรมเสี่ยง
- Case Discussion: “Supervisor’s Decision Point”
- ฝึกแก้ปัญหาเมื่อหัวหน้างานพบพฤติกรรมเสี่ยง
(หลักการรับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่โทษผู้ร้อง ไม่ขยายข่าว ไม่เพิกเฉย และส่งต่ออย่างเหมาะสม)Module 4: การสื่อสารและตักเตือนพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อมีคนมาร้องเรียน
- หลักการรับฟังแบบไม่ตัดสิน
- หลักการเก็บข้อมูลเบื้องต้น
- แนวทางรักษาความลับและลดผลกระทบต่อผู้ร้องเรียน
- Workshop 2: “First Response Practice”
- ฝึกบทบาทหัวหน้างานเมื่อมีคนมาร้องเรียน
- แจก Scenario Card
Module 5: Team Guideline Design
- ความแตกต่างระหว่างการตำหนิคนกับการแก้ไขพฤติกรรม
- หลักการตักเตือนอย่างให้เกียรติ
- วิธีหยุดพฤติกรรมเสี่ยงทันทีโดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย
- Framework: F-I-B-E
- F: Fact — พูดจากข้อเท็จจริง
- I: Impact — อธิบายผลกระทบ
- B: Boundary — กำหนดขอบเขต
- E: Expected Behavior — บอกพฤติกรรมที่คาดหวัง
- Workshop 3: “Stop the Behavior Role Play”
- ฝึกสื่อสารเพื่อหยุดพฤติกรรมเสี่ยงแบบมืออาชีพ
- สถานการณ์จำลอง (Case Study)
- การสร้างมาตรฐานพฤติกรรมร่วมกันในทีม
- ตัวอย่าง Team Respect Guideline
- Action Plan: Personal Commitment
เต็มใจให้คำปรึกษา : คุณบุษกร สุขโรดม (ผู้จัดการฝ่ายขาย)